ระบบรถไร้คนขับของ BMW มาแล้ว

เราได้เห็นแนวคิดรถไร้คนขับมาหลายๆแบบแล้ว และตอนนี้ก็ถึงคราวค่ายรถอย่าง BMW พัฒนาระบบนี้มาแข่งบ้าง

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ BMW ไม่ได้ใช้ลานขับรถแข่งมาทดสอบให้เห็นว่าระบบนี้มีความปลอดภัยยังไงแต่ทดสอบ กันให้เห็นจะๆบนถนนจริง ในสภาพแวดล้อมการขับขี่จริงๆ

ทาง BMW ได้ตั้งชื่อระบบนี้ว่า ConnectedDrive Connect (CDC) สิ่งที่รถคันนี้มีเหมือนกับรถไร้คนขับของ Google ก็คือ เซนเซอร์ 4 แบบ, เรด้าห์, กล้อง, เลเซอร์สแกนเนอร์และ ultrasound distance sensors ที่เอาไว้คอยจับระยะ รักษาตำแหน่งให้อยู่ห่างจากสิ่งที่อยู่รอบข้างตัวรถ แต่ที่แตกต่างจากรถของ กูเกิลก็คือรถไร้คนขับ BMW รูปลักษณ์ภายนอกค่ะ ทาง BMW ต้องการให้รถคันนี้เหมือนรถธรรมดามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการติดอุปกรณ์ภายนอกให้สังเกตเห็นได้น้อยที่สุด

BMW เชื่อว่าจะสามารถนำระบบนี้ติดตั้งในรถยนต์และผลิตออกมาจำหน่ายได้ภายใน 10 – 15 ปีนี้ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก จึงเป็นไปได้ที่เราจะเห็นรถคันนี้ออกมาโลดแล่นจริงๆบนท้องถนนได้เร็วกว่า นั้นค่ะ

บริษัทสัญชาติสเปน เตรียมเปิดตัวยนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่สามารถพับได้ เพื่อสร้างความสะดวกแก่การเข้าจอด พร้อมผลิตออกจำหน่ายจริงในยุโรปปีหน้า

‘Hiriko’ ยานยนต์จากแคว้นบาสก์ในประเทศสเปน ปฏิวัติโลกยนตรกรรมด้วยรูปทรงรถไร้คนขับ BMW 2 ที่นั่ง พร้อมขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ในล้อทั้ง 4 ล้อที่สามารถแล่นได้ระยะทาง 120 กม.ในการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว พร้อมฟีเจอร์พับหดได้ เพื่อการเข้าจอดที่ง่ายขึ้น

รถยนต์นวัตกรรมใหม่นี้ เป็นผลงานจากแนวคิดของกลุ่ม MIT-Media lab และถูกพัฒนาต่อโดยบริษัทขนาดเล็กในแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน ภายใต้ชื่อ ‘Hiriko Drivingรถไร้คนขับ BMW Mobility’ ซึ่งคำว่า ‘Hiriko’ มาจากคำศัพท์ในภาษาบาสก์ อันแปลว่า ‘Urban’ หรือรถไร้คนขับ BMW ชุมชนในเมือง ซึ่งรถยนต์โปรโตไทป์รถไร้คนขับ BMW Hiriko จะพร้อมเปิดตัวสู่สายตาสาธารณชนในวันที่ 24 มกราคมนี้ ณ งาน European Commission president Hose Manuel Barroso

สำหรับการผลิตเพื่อป้อนสู่การทำตลาดจริง จะมีขึ้นในปีหน้า โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ในหลายเมืองของยุโรป เพื่อประกอบรถยนต์คันจิ๋วแหวกแนวคิดคันนี้ออกมา ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่ Hiriko จะเป็นยานพาหนะที่ปล่อยให้เช่าในเมือง คล้ายจักรยานให้เช่าในหลายเมืองใหญ่ของยุโรป ในขณะที่การขายขาดก็ยังคงมีเช่นกัน ในราคาประมาณ 12,500 ยูโร หรือประมาณ 511,000 บาท

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

เร่งอนุรักษ์โลมาอิรวดี

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรียกร้องชาวประมงวางอวนเป็นกลุ่มเพื่อป้องกันไม่ให้โลมาอิรวดีในอ่าวบางปะกงและอ่าวไทยติดอวนโลมาอิรวดี และอาจทำให้โลมาในทะเลไทยลดลง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโลมาอิรวดีโลมาอิรวดีโลมาอิรวดี ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พาสื่อมวลชนศึกษาโครงการอนุรักษ์และบริหารจัดการโลมาบางปะกงโลมาอิรวดี จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีผู้นำท้องถิ่นและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ร่วมชมงานด้วย โดยพบว่ามีโลมาอิรวดี4-6 ตัว อาศัยอยู่ในอ่าวบางปะกงออกหากิน และมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ปัจจุบันมีโลมาอิรวดีอาศัยอยู่ที่อ่าวบางปะกงจำนวนมาก และจะพบมากถึง 30ตัวในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นในการชมโลมาเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันพบปัญหาการวางอวนของชาวประมงที่วางอวนข้ามคืนและวางในแบบกระจาย ทำให้โลมาอิระวดีติดอวนจนบาดเจ็บและตายจำนวนมาก ดังนั้นหากชาวประมงพบเห็นโลมาติดอวนจนบาดเจ็บให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งทันที ขณะเดียวกันกรมฯจะเร่งให้ความรู้การวางอวนที่ถูกต้องให้ชาวประมงด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่าชาวประมงคนไทยส่วนใหญ่ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวทำการประมง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการให้ความรู้เรื่องการวางอวนที่ถูกต้องอีกด้วย

กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เผยว่า โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะขณะนี้เหลือเพียง 85 ตัว และลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก

โลมาอิรวดีอาศัยอยู่ในลำน้ำโขงช่วงเมืองกระแจะของกัมพูชากับน้ำตกคอนพะเพ็ง ของลาวเป็นระยะทาง 190 กิโลเมตร ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟระบุว่า อนาคตของโลมาอิรวดีน่าเป็นห่วงมาก ลำพังขนาดของมันก็ไม่ได้โตเกินมนุษย์ และยังต้องตายลงเพราะอุปกรณ์การประมงโดยเฉพาะอวนลอยและการลอบจับปลาด้วยการ ใช้ระเบิด วางยาและช็อตไฟฟ้า โลมาอิรวดีโตเต็มวัยตายลงเรื่อย ๆ ขณะที่ลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมากทำให้ทดแทนกันไม่ทัน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟคาดว่า จำนวนโลมาอิรวดีบริเวณชายแดนลาว-กัมพูชาอาจเหลือเพียง 7-8 ตัวทั้งที่สองประเทศมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ประเภทนี้ ทางกลุ่มเรียกร้องให้กัมพูชากำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองโลมาอิร วดีและห้ามการใช้อวนลอยในบริเวณที่มีโลมาอาศัยอยู่ หนทางเดียวที่จะอนุรักษ์ไม่ให้สัตว์ชนิดนี้สูญพันธุ์คือการดำเนินการร่วมกัน

กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) เผยว่า โลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงเสี่ยงสูญพันธุ์ เพราะขณะนี้เหลือเพียง 85 ตัว และลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก

โลมาอิรวดีอาศัยอยู่ในลำน้ำโขงช่วงเมืองกระแจะของกัมพูชากับน้ำตกคอนพะเพ็ง ของลาวเป็นระยะทาง 190 กิโลเมตร ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟระบุว่า อนาคตของโลมาอิรวดีน่าเป็นห่วงมาก ลำพังขนาดของมันก็ไม่ได้โตเกินมนุษย์ และยังต้องตายลงเพราะอุปกรณ์การประมงโดยเฉพาะอวนลอยและการลอบจับปลาด้วยการ ใช้ระเบิด วางยาและช็อตไฟฟ้า โลมาอิรวดีโตเต็มวัยตายลงเรื่อย ๆ ขณะที่ลูกโลมามีอัตราการรอดชีวิตต่ำมากทำให้ทดแทนกันไม่ทัน

ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟคาดว่า จำนวนโลมาอิรวดีบริเวณชายแดนลาว-กัมพูชาอาจเหลือเพียง 7-8 ตัวทั้งที่สองประเทศมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ประเภทนี้ ทางกลุ่มเรียกร้องให้กัมพูชากำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อคุ้มครองโลมาอิร วดีและห้ามการใช้อวนลอยในบริเวณที่มีโลมาอาศัยอยู่ หนทางเดียวที่จะอนุรักษ์ไม่ให้สัตว์ชนิดนี้สูญพันธุ์คือการดำเนินการร่วมกัน

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

ผู้ต้องขังในคีร์กีซสถาน เย็บปากประท้วง

ผู้ต้องขังหลายร้อยคนตามเรือนจำและศูนย์กักกันต่างๆ ทั่วประเทศคีร์กีซสถาน พร้อมใจกันใช้เข็มเย็บริมฝีปากตนเอง เพื่อประท้วงที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

นักหนังสือพิมพ์ได้รับอนุญาตให้เข้าไปบันทึกภาพบางส่วนของผู้ต้องขัง 391 คน ที่ประท้วงอยู่ในศูนย์กักกันก่อนการพิจารณาคดีหมายเลข 1 ในกรุงบิชเคก นครหลวงของคีร์กีซสถาน โดยนักโทษยอมให้ช่างภาพบันทึกภาพริมฝีปากของพวกเขาที่ถูกเย็บปิดอย่างหลวมๆ ทำให้พวกเขาสามารถรับประทานได้แต่ของเหลวเท่านั้น

การประท้วงลักษณะนี้เกิดขึ้นตามเรือนจำต่างๆ ทั้งในกรุงบิชเคก และทั่วประเทศมาตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่เรือนจำเริ่มบังคับใช้กฏระเบียบที่เข้มงวดขึ้น และมีการบุกยึดสิ่งของต้องห้าม ระหว่างการตรวจค้นห้องขังนักโทษอย่างละเอียด โดยสิ่งของที่ยึดได้ก็อย่างเช่นประท้วง เย็บริมฝีปาก ยาเสพติด อาวุธ และโทรศัพท์มือถือ ขณะที่นักโทษที่ประท้วงอ้างว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษบุกเข้ามาในห้องขังของพวกเขา แล้วลงมือทุบตีโดยไม่มีสาเหตุ

ด้านผู้อำนวยการศูนย์กักกันกล่าวว่า นักโทษผิดที่ประท้วง เพราะที่นี่ไม่ใช่โรงแรม หรือที่พักตากอากาศ พวกเขากำลังรับโทษตามความผิดที่ตนก่อขึ้นประท้วง เย็บริมฝีปาก ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่า การประท้วงน่าจะถูกจัดขึ้นโดยแก๊งอาชญากรรมต่างๆ ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎระเบียบของเรือนจำ พร้อมกับกล่าวหารัฐบาลก่อนๆว่า รับสินบนและยอมให้ผู้ต้องขังลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเรือนจำ

นิตยสารไทม์ ของสหรัฐอเมริกายกย่องผู้ประท้วง เป็นบุคคลแห่งปี 2554

นิตยสารข่าวไทม์ ได้เลือกผู้ประท้วงเป็นบุคคลแห่งปี เพื่อยกย่องผู้มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและ ทวีปแอฟริกาเหนือที่แพร่กระจายไปยังยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าผู้ประท้วงเหล่านี้สร้างการเมืองโลกขึ้นมาใหม่ โดยได้ประกาศการตัดสินใจครั้งนี้ผ่านรายการทูเดย์ โชว์ ของเครือข่ายโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐฯ

นิตยสารไทม์พิจารณาเลือกบุคคลแห่งปี โดยเลือกบุคคลหรือสิ่งที่ทางนิตยสารรู้สึกว่ามีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมและข่าวประท้วง เย็บริมฝีปาก มากที่สุดตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ดีและไม่ดี สำหรับการยกย่องให้เกียรติกลุ่มผู้ประท้วงในปีนี้ก็เพราะเห็นว่าคนเหล่านี้ กำลังกำหนดความหมายของคำว่า “พลังประชาชน” ขึ้นมาใหม่นั่นเอง

ปีที่แล้ว นิตยสารไทม์ยกย่องให้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการเฟซบุ๊ค ได้รับเกียรตินี้ ขณะที่เบนประท้วง เย็บริมฝีปาก เบอร์แนนคี่ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้รับเกียรตินี้ในปี 2552 ส่วนผู้ที่ได้รับเกียรตินี้ในปี 2551 คือว่าที่ประธานาธิบดีบารัคประท้วง เย็บริมฝีปาก โอบามา ผู้นำสหรัฐ ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี

คนอื่นๆ ที่เคยได้รับเกียรติจากนิตยสารไทม์ยังรวมถึง โบโน นักร้องนำวงร็อคยูทู ของไอร์แลนด์, ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ผู้นำสหรัฐฯ และเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ amazon.com

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

รู้เท่าทัน โรคคอเกร็ง

คอเกร็ง อีกอาการเจ็บป่วยที่อาจถือว่าเป็นภัยเงียบโดยสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศวัย ซึ่งในอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อส่งผลให้ร่างกายส่วนนั้นมีรูปร่างผิดปกติ ไปและเคลื่อนไหวได้จำกัด เพราะหนุ่มๆสาวๆ ยุคใหม่ต้องทำงานทั้งนอกบ้านในบ้านแถมยังต้องดูแลลูกๆ ควบคู่ไปด้วยไม่มีวันหยุดพักผ่อนที่เพียงพอจนเกิดอาการเหนื่อยล้า สมองไม่ทำงานส่งผลให้เกิดความเคียดนี่คือสัญญาณเตือนภัยว่าจิตใจของเรากำลัง เสี่ยงเป็น โรคเบิร์น เอาท์ ซินโดรม (Burn out syndrome) ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน เพราะอาจลุกลามเป็นโรคอื่นตามมาอีกมากมาย

รู้เท่าทัน โรคคอเกร็ง ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง

รองศาสตราจารย์วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลให้ความรู้เล่าถึงอาการดังกล่าวว่า คอเกร็ง เป็นอาการปวดคออย่างรุนแรงซึ่งทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอและซอกคอหดเกร็ง และเมื่อขยับเคลื่อนไหวคอเพียงนิดหน่อยก็จะมีอาการปวด อาจจะเกิดขึ้นอย่างแยบพลันและอาจจะเกิดซ้ำๆ ได้ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การปวดเรื้อรังซึ่งกรณีการปวดคอ เกร็งเป็นการปวดอย่างเฉียบพลัน สาเหตุมีด้วยกันหลายประการแต่ที่มักพูดกันถึงเป็นเรื่องของหมอนรองกระดูก เสื่อมซึ่งก็ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งลำคอ

หมอนรองกระดูกเสื่อมของคอพบได้ในคนทั่วไปนับตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อมโรคที่จะตามมาด้วยคือกระดูกงอกหรือที่เรียก กันว่าหินปูนเกาะโดยจะเกิดอยู่รอบหมอนรองกระดูกและข้อต่อซึ่งถ้ากระดูกงอก นี้ไปเบียดเส้นประสาทจะทำให้เกิดอันตรายได้

ประเด็นสำคัญคือเมื่อมีอาการปวดเกิดขึ้น ร่างการจะมีอาการเกร็งทางกล้ามเนื้อซึ่งเมื่อมีการการดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเบื้องต้นต้องหยุดการเคลื่อนไหวโดยอาจนอนพัก หรือใส่ปลอกคอช่วยพยุง อาจทานยาแก้ปวดใช้ถุงน้ำร้อนประคบก็จะช่วยลดคลายอาการปวด กล้ามเนื้อก็จะคล้ายตัว

ส่วนกรณีที่มีอาการปวดเพิ่มขึ้นและปวดไล่จากหัวไหล่ไปถึงแขนลงไปถึงปลายมือ หากมีอาการปวดร้าวลักษณะนี้ก็อาจแสดงว่ามีความเสื่อมเหล่านี้มากขึ้น มีหินปูนเข้าไปเบียด กด รากประสาทแขนทำให้เกิดอาการปวด รวม ทั้งถ้ามีอาการชาร่วมด้วยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ วินิจฉัยอย่างละเอียด อีกภาวะที่ถือว่ามีความเป็นอันตรายสูงคือการกดไขประสาทซึ่งอาจทำให้เกิด อัมพฤกษ์โรคคอเกร็ง โรค เบิร์น เอาท์ อัมพาตได้

การสังเกตว่า มีการกดทับไขประสาทบริเวณนี้หรือไม่ เบื้องต้นอาจสังเกตได้จากขาทั้งสองข้างซึ่งหากมีอาการเกร็ง กระตุกของขา เดินไม่ถนัด โดยอาจทดสอบด้วยตนเองด้วยการเดินต่อเท้าก้าวต่อก้าว หากไม่สามารถเดินทรงตัวได้ก็แสดงว่ามีอาการเบียดกดประสาทไขสันหลังก็ต้องรีบรับการรักษาและในกรณีนี้ก็มักต้องได้รับการผ่าตัด กรณีการปวดธรรมดา ปวดบริเวณต้นคอมีกล้ามเนื้อเกร็งรวมทั้งกลุ่มที่ปวดร้าวมาที่ปลายแขนจากกดทับรากประสาทส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องผ่าตัดโรคคอเกร็ง โรค เบิร์น เอาท์ สามารถรักษาได้โดยการทำกายภาพบำบัด ทานยาแก้ปวดลดอักเสบ ฯลฯ ส่วนใหญ่จะหายจากอาการดังกล่าว

นอกจากนี้พฤติกรรม ที่ผิดไปจากปกติ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานเขียนหนังสือ พิมพ์งาน นั่งโต๊ะ กับเก้าอี้ที่ไม่เหมาะสมกัน อย่างการเขียนหนังสือ ติดต่อกันหลายชั่วโมง พิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ ก้มคอทำงานอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานก็อาจทำให้มีความเสี่ยงของกระดูกคอเกิดขึ้นได้ง่าย

อีกภาวะที่พบบ่อยครั้งและระยะหลังก็มีอาการกล่าวถึงกันมากขึ้นคือ ภาวะพังผิดกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งก็ทำให้เกิดอาการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยมักจะเกิดขึ้นได้นับแต่ บริเวณท้ายทอย ด้านหลังทั้งสองข้าง มาถึงต้นคอสะบักทั้งสองข้าง รวมถึงหัวไหล่ ซึ่งลักษณะของการปวดดังกล่าวนี้จะมีลักษณะเฉพาะที่สามารถตรวจพบได้ที่เรียกว่าพังผืดกล้ามเนื้ออักเสบที่มีจุดกดเจ็บภาวะนี้เป็นได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังแต่มักจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อร่างกาย นอกจากจะสร้างความรำคาญ ใช้งานไม่ถนัด อ่อนเพลียง่ายและส่วนใหญ่จะปวดมากตอนกลางคืน ทำให้นอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

ในความเจ็บปวดดังกล่าวที่เป็นเรื้อรังยังพบว่ามีความสัมพันธ์ต่อจิตใจของผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังมักจะพบอาการซึมเศร้าร่วมด้วย

การรักษาเบื้องต้นก็จะมีท่ากายบริหารที่สามารถปฏิบัติได้โดยง่ายรวมทั้งการใช้ความร้อนประคบหรืออาจใช้การนวดกดจุดคลายกล้ามเนื้อที่มีอาการเกร็ง หรือ การฉีดยาชาลดการปวดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งในการรักษาให้หายจากอาการปวดเหล่านี้

ดังนั้นก่อนจะต้องเสี่ยงหรือเผชิญกับโรคคอเกร็ง ควรหันมาสนใจดูแลรักษาสุขภาพไม่มองข้ามความสำคัญของการพักผ่อนที่เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่วมกับกายบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง รวมทั้งการรับประทานอาหารที่สะอาดหลากหลายมีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งนอกจากจะช่วยให้ห่างไกลจากอาการดังกล่าวแล้วยังเป็นอีกเกราะป้องกันโรคภัยต่างๆ อีกด้วย

ทำงาน-พักผ่อนให้พอดี หลีกหนีโรค เบิร์น เอาท์

ผศ.ดร.นพ. ประกอบ ผู้วิบูลย์สุขผู้อำนวยการคลินิกเฉพาะโรค ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค “Burn Out Syndrome” ว่า Burn Out หมายถึง การทำงานหนักมากเกินไปไม่ได้สัดส่วนกับการพักผ่อน จนเกิดอาการสมองไม่แล่น ความจำไม่ดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนไม่หลับ นักจิตเวชชาวอเมริกัน เฮอร์เบิร์ต เจ ฟลอยเดนเบอร์เกอร์ ได้นำชื่อ Burn out มาใช้ในการรักษาทางจิตเวชเมื่อปี ค.ศ. 1974 ซึ่งก็คือโรคทางหนึ่งมักเกิดกับคนที่ตั้งความหวังไว้สูงเกี่ยวกับตัวเองและต้องการความเพอร์เฟกต์จนก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางร่างกายและจิตใจ

จริงๆ แล้วคนไทยมักมีอาการ Burn Out โดยไม่รู้ตัว เพราะคนไข้ที่มาพบจิตแพทย์ส่วนใหญ่มักเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้ว นอกจากนี้หญิงไทยยังมีโอกาสเป็นโรค Burn Out Syndrome สูงเพราะต้องแบกภาระมากมายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้หญิงโรคจิต โรคเครียด โรคประสาทมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า ซึ่งถ้าคนเราทำงานมากกว่าสัดส่วนการพักผ่อนก็เกิดอาการนี้ได้ แต่หากทำงานแล้วพักเช่น ทำงาน 1 ชั่วโมง ควรใช้สมอง 45 นาที แล้วพัก 10 – 15 นาที สมองจะได้พักและขจัดเมตาบอลิซึมของเสียต่างๆ ออกไปซึ่งควรทำเช่นนี้ทุกๆ ชั่วโมง วันหยุดงานก็เช่นกันทั่วโลกทำงาน 5 วัน พัก 2 วันใน 1 สัปดาห์ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ว่า Burn Out ที่ไม่ได้สัดส่วนคือทำงานหนักมากเกินไปจนไม่มีเวลาหยุดพักหรือพักผ่อนไม่เพียงพอจะหมดเรี่ยวแรงและพลังไปในที่สุด

หากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ได้มากกว่า 100 โรค เช่น โรคเกี่ยวกับหู โรคหัวใจ อัมพฤกษ์โรคคอเกร็ง โรค เบิร์น เอาท์ อัมพาต โดยสัญญาณแรกคือ หมดพลังไม่กระตือรือร้น เฉื่อยชา ความจำแย่ลง ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่าย ร่างกายอ่อนแรง นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ประสาทเครียด ความดันโลหิตสูงมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อสูง ซึ่งส่วนมากคนที่เป็นโรค Burn Out มักหาทางออกไปปลอบจิตตัวเองด้วยการดื่มแอลกอฮอล์ กินยานอนหลับ กินอาหารที่มากเกินไปและสูบบุหรี่จัดซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ดีในการรักษา

ดังนั้นข้อแนะนำในการรักษาคือควรทำงานพักผ่อนให้ได้สัดส่วนซึ่งสัดส่วนที่พอดีของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน บางคนอาจมากหรือบางคนอาจน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลในการจัดความสำคัญของงานว่างานใดควรทำก่อนทำหลังโรคคอเกร็ง โรคโรคคอเกร็ง โรค เบิร์น เอาท์ เบิร์น เอาท์ หากจัดสรรเวลาได้ดีแล้วควรมีกิจกรรมคลายเครียด เช่น พูดคุยหรือออกกำลังกายร่วมกับเพื่อนๆ เพราะการออกกำลังกายทางจิตวิทยาถือว่าเป็นการให้คุณค่าแก่ตัวเราเอง สาวๆ ทราบแบบนี้แล้วอย่าทำงานจนโอเวอร์มากเกินไป เพราะไม่ดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมาอีกมากมายทีเดียว

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

โนเกียขาดทุน 1.07 พันล้านยูโร ถึงแม้ Lumia จะขายดีก็ตาม

รายงานผลประกอบกิจการของโนเกียสำหรับไตรมาสที่ 4 ได้ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลที่ออกมานั้นดูไม่ดีนักสำหรับโนเกีย โดยในไตรมาสนี้ โนเกียเข้าเนื้อไปกว่าNokia Lumia 1.07 พันล้านยูโร ยอดขายของโทรศัพท์ตกลงไปกว่า 29 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบเคียงกับสถิติของไตรมาสที่ 4 เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้แล้ว ราคาเฉลี่ยต่อเครื่องของโทรศัพท์โนเกียยังตกลงจาก 69 ยูโรเหลือ 53 ยูโรอีกด้วย

กระนั้นก็ตาม ยอดขายของ Lumia ซึ่งเป็นกลุ่มของโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone นั้นมียอดขายเกินกว่า 1 ล้านเครื่องแล้ว ซึ่งถือว่าน่าปลื้มปิติสำหรับโทรศัพท์ที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาและยังวางขายไม่กว้างขวางนัก

มาคอยดูกันว่าในปีนี้Nokia LumiaNokia Lumia Lumia จะพาให้โนเกียกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเก่าได้หรือไม่ครับ

HTC บอกปีนี้ขอเน้นย้ำ “คุณภาพ” ไม่ย้ำ “จำนวนรุ่น”

ก่อนหน้าเคยมีข่าวลักษณะเดียวกันออกมาแล้ว แต่เมื่อบริษัทออกมาสนทนาจะๆ ก็ขอเอามาลงไว้เป็นหลักฐานอีกรอบนะครับ

Phil Roberson ผู้อำนวยการของ HTC UK ให้สัมภาษณ์กับ Mobile Magazine ของอังกฤษ เขาพาดพิงถึงผลประกอบการที่น่าคว้าน้ำเหลวของบริษัทในไตรมาสล่าสุด ว่ามีผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยจะลด “จำนวนรุ่น” ของมือถือที่วางขายในปีนี้ลง และหันไปเน้นมือถือสเปกสูง คุณภาพฮาร์ดแวร์ดี และให้ประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้แทน

ยุทธศาสตร์ใหม่ของ HTC จะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่สองเป็นต้นไป โดย Roberson สัญญาว่า HTC จะไม่ซ้ำรอยความผิดพลาดในปี 2011 อีก เขายอมรับว่า HTC เริ่มต้นปี 2011 ด้วยดี แต่จบด้วยการมีโทรศัพท์วางขายมากรุ่นเกินที่ตั้งใจไว้

Roberson ยังบอกว่า HTC จะหยุดพักใน

ไมโครซอฟท์จ่าย “ค่าตัวใช้ Windows Phone” ให้โนเกีย ไตรมาสละ 250 ล้านดอลลาร์

ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของโนเกีย บริษัทก็เปิดว่าได้รับเงินจากไมโครซอฟท์เป็นค่า “platformNokia Lumia support payments” จำนวน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้

เงินก้อนนี้แจกแจงง่ายๆ มันก็คือ “ค่าจ้างใช้ Windows Phone” ที่ไมโครซอฟท์จ่ายให้โนเกียตามข้อตกลงเมื่อปี 2010 แต่เงินก้อนนี้เป็นก้อนแรกที่เข้ามายังโนเกียในไตรมาสล่าสุดนี้

กระนั้นก็ตามโนเกียเองก็ต้องจ่ายค่าใช้งานNokia Lumia Windows Phone (royalty payment) กลับไปให้ไมโครซอฟท์ด้วย แต่โนเกียไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ว่าเท่าใด บอกเพียงแค่ว่าตัวเลข 2 ตัวนี้มีมูลค่ารวมตลอดสัญญาเป็นหลัก “พันล้านดอลลาร์”

Motorola รายงานประกอบการไตรมาสสี่ยังเข้าเนื้ออยู่

Motorola Mobility รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ เคียงข้างกับไตรมาสเดียวกับในปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วตลอดปี 2011 ขาดทุนสุทธิถึง 249 ล้านดอลลาร์

ถ้าทบทวนเฉพาะส่วนธุรกิจ Mobile Devices มีเงินได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังขาดทุนหลังหักค่าใช้สอยในการทำงาน 70 ล้านดอลลาร์ โดยมียอดมอบให้อุปกรณ์รวม 10.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5.3 ล้านเครื่อง และแท็บเล็ต 2 แสนเครื่อง

Motorola Mobility กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่าดีลควบรวมกับกูเกิลน่าจะแล้วเสร็จในต้นปีนี้

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

HTC บอกปีนี้ขอตอกย้ำ “คุณภาพ” ไม่ตัดเส้น “จำนวนรุ่น”

ก่อนหน้าเคยมีข่าวลักษณะเดียวกันออกมาแล้ว แต่เมื่อบริษัทออกมาพูดคุยโต้งๆ ก็ขอเอามาลงไว้เป็นหลักฐานอีกรอบนะครับ

Phil Roberson ผู้ดูแลของ HTC UK ให้สัมภาษณ์กับ Mobile Magazine ของอังกฤษ เขาเอ่ยถึงผลประกอบกิจการที่น่าคว้าน้ำเหลวของบริษัทในไตรมาสล่าสุด ว่ามีผลให้บริษัทต้องทำให้เรียบกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยจะลด “จำนวนรุ่น” ของมือถือที่วางขายในปีนี้ลง และหันไปเน้นมือถือสเปกสูง คุณภาพฮาร์ดแวร์ดี และให้ประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้แทน

ยุทธศาสตร์ใหม่ของ HTC จะเริ่มขึ้นในไตรมาสที่สองเป็นต้นไปมือถือ HTC โดย Roberson สัญญาว่า HTC จะไม่ซ้ำรอยความผิดพลาดในปี 2011 อีก เขายอมรับว่า HTC เริ่มต้นปี 2011มือถือ HTC ด้วยดี แต่จบด้วยการมีโทรศัพท์วางขายมากรุ่นเกินที่ตั้งใจไว้

Roberson ยังบอกว่า HTC จะหยุดพักใน

ไมโครซอฟท์ชำระ “ค่ากำเหน็จใช้ Windows Phone” ให้โนเกีย ไตรมาสละ 250 ล้านดอลลาร์

ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของโนเกียมือถือ HTC บริษัทก็ตรงไปตรงมาว่าได้รับเงินจากไมโครซอฟท์เป็นค่า “platform support payments” จำนวน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้

เงินก้อนนี้เล่าง่ายๆ มันก็คือ “ค่าจ้างใช้ Windowsมือถือ HTC Phone” ที่ไมโครซอฟท์จ่ายให้โนเกียตามข้อตกลงเมื่อปีมือถือ HTC 2010 แต่เงินก้อนนี้เป็นก้อนแรกที่เข้ามายังโนเกียในไตรมาสล่าสุดนี้

จะอย่างไรก็ตามโนเกียเองก็ต้องจ่ายค่าใช้งาน Windows Phone (royalty payment) กลับไปให้ไมโครซอฟท์ด้วย แต่โนเกียไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ว่ากี่มากน้อย บอกเพียงแค่ว่าตัวเลข 2 ตัวนี้มีมูลค่ารวมตลอดสัญญาเป็นหลัก “พันล้านดอลลาร์”

Motorola รายงานประกอบการไตรมาสสี่ยังเข้าเนื้ออยู่

Motorola Mobility รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ คล้ายคลึงกับไตรมาสเดียวกับในปีก่อน แต่เข้าเนื้อสุทธิ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วตลอดปี 2011 เข้าเนื้อสุทธิถึง 249 ล้านดอลลาร์

ถ้ากลั่นกรองเฉพาะส่วนธุรกิจ Mobile Devices มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังเข้าเนื้อหลังหักค่าใช้สอยในการปฏิบัติการ 70 ล้านดอลลาร์ โดยมียอดส่งให้อุปกรณ์รวม 10.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5.3 ล้านเครื่อง และแท็บเล็ต 2 แสนเครื่อง

Motorola Mobility กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่าดีลควบรวมกับกูเกิลน่าจะแล้วเสร็จในต้นปีนี้

Orange กล้าได้กล้าเสีย คนแอฟริกา-ตะวันออกกลางเข้า Wikipedia ไม่คิดค่า Data

Orange ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากฝรั่งเศส ประกาศสัมผัสมือกับ Wikimedia Foundation ทำแผน CSR ให้ลูกค้าของ Orange ที่อยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้จะไม่เสียค่า mobile data ในส่วนของทราฟฟิกที่เปิด Wikipedia บนโทรศัพท์มือถือ

Orange มีธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางจำนวน 20 ประเทศ และมีลูกค้าในภูมิภาคนี้กว่า 70 ล้านราย ความร่วมแรงร่วมใจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ Wikipedia ที่ต้องการขับดันให้คนเข้าเว็บผ่านทางมือถือมากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้อ่านหน้าใหม่ๆ เติม

ผู้บริหารของ Orange ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทใคร่ให้คนในประเทศเหล่านี้สามารถ “เข้าถึง” สารสนเทศบน Wikipedia ได้ทุกขณะ โดยไม่มีข้อกำหนดใดๆ

แอปเปิลทุ่มเงินเต็มรักกับการฟ้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสู้ HTC คดีเดียว

จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์ไม่สบอารมณ์ใน Android อย่างหนัก และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด​ (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ)​ เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ปัจจุบันคอลัมนิสจาก Newsweek นาย Dan Lyons อ้างถึงแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว

รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้บรรลุผลมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นปริมาณมาก

Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่ได้ผลเท่าที่ควรกับการขึ้นศาลต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ “ตกลงกันนอกชั้นศาล” ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

ไมโครซอฟท์ชำระ “ค่าแรงใช้ Windows Phone” ให้โนเกีย ไตรมาสละ 250 ล้านดอลลาร์

ในรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของโนเกีย บริษัทก็เปิดเผยว่าได้รับเงินจากไมโครซอฟท์เป็นค่า “platform support payments”Windows Phone จำนวน 250Windows PhoneWindows Phone ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้

เงินก้อนนี้ขยายความง่ายๆ มันก็คือ “ค่าจ้างใช้ Windows Phone” ที่ไมโครซอฟท์จ่ายให้โนเกียตามข้อตกลงเมื่อปี 2010 แต่เงินก้อนนี้เป็นก้อนแรกที่เข้ามายังโนเกียในไตรมาสล่าสุดนี้

ถึงอย่างไรโนเกียเองก็ต้องจ่ายค่าใช้งาน Windows Phone (royaltyWindows Phone payment) กลับไปให้ไมโครซอฟท์ด้วยWindows Phone แต่โนเกียไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเหล่านี้ว่าเท่าใด บอกเพียงแค่ว่าตัวเลข 2 ตัวนี้มีมูลค่ารวมตลอดสัญญาเป็นหลัก “พันล้านดอลลาร์”

Motorola รายงานประกอบการไตรมาสสี่ยังเข้าเนื้ออยู่

Motorola Mobility รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกับในปีก่อน แต่ขาดทุนสุทธิ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วตลอดปี 2011 ขาดทุนสุทธิถึง 249 ล้านดอลลาร์

ถ้าสืบสวนเฉพาะส่วนธุรกิจ Mobile Devices มีเงินได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังเข้าเนื้อหลังหักค่าใช้จ่ายในการบริหาร 70 ล้านดอลลาร์ โดยมียอดสละให้อุปกรณ์รวม 10.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5.3 ล้านเครื่อง และแท็บเล็ต 2 แสนเครื่อง

Motorola Mobility กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่าดีลควบรวมกับกูเกิลน่าจะแล้วเสร็จในต้นปีนี้

Orange กล้า คนแอฟริกา-ตะวันออกกลางเข้า Wikipedia ไม่คิดค่า Data

Orange ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากฝรั่งเศส ประกาศกุมมือกับ Wikimedia Foundation ทำแผน CSR ให้ผู้ซื้อของ Orange ที่อยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่เสียค่า mobile data ในส่วนของทราฟฟิกที่เปิด Wikipedia บนโทรศัพท์เคลื่อนที่

Orange มีธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางจำนวน 20 ประเทศ และมีลูกค้าในภูมิภาคนี้กว่า 70 ล้านราย ความร่วมแรงร่วมใจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ Wikipedia ที่ต้องการขับดันให้คนเข้าเว็บผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้อ่านหน้าใหม่ๆ เสริมเพิ่ม

ผู้บริหารของ Orange ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทมุ่งหวังให้คนในประเทศเหล่านี้สามารถ “เข้าถึง” สารสนเทศบน Wikipedia ได้สม่ำเสมอ โดยไม่มีข้อเล็กใดๆ

แอปเปิลทุ่มเงินเต็มกับการฟ้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสู้ HTC คดีเดียว

จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์ไม่พอใจใน Android อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด​ (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ)​ เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ปัจจุบันคอลัมนิสจาก Newsweek นาย Dan Lyons อ้างว่าแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว

รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้เสร็จมากนัก เป็นพิเศษอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆ เล่าเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นจำนวนมาก

Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่ประสบผลเท่าที่ควรกับการแจ้งความต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ “ตกลงกันนอกชั้นศาล” ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน

Chromebook ไปได้ดีในท้องตลาดการศึกษา ด้วยเหตุว่าครูไม่ต้องดูแลเครื่อง

กูเกิลออกมาเผยความสำเร็จของ Chromebook ในท้องตลาดที่กูเกิลเองก็คิดไม่ถึง นั่นคือภาคการเรียน

เหตุผลก็คือ Chromebook หมายการดูแลรักษาน้อย ช่วยลดภาระเรื่อง IT support ได้มาก และการที่ Chromebook ใช้งานแต่เว็บได้อย่างเดียว ทำให้ครูสามารถโฟกัสที่ “เนื้อหา” ของการหาความรู้ ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีที่อยู่ใน Chromebook ได้มากขึ้น

การมอบอำนาจ Chromebook ให้นักเรียนใช้มาจากมุมมองการใช้คอมพิวเตอร์แบบ “1-to-1″ หรือ 1 คน 1 เครื่อง ในระหว่างเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ Chromebook เครื่องไหนก็ได้ เพราะขอเพียงใช้ล็อกอินของตัวเองก็พอแล้ว

สถิติของกูเกิลบอกว่าโรงเรียน “นับร้อย” ใน 41 รัฐของสหรัฐ เริ่มทดสอบ Chromebook เป็นบางห้องเรียนแล้ว และมีเขตการศึกษา 3 แห่งที่มีโรงเรียนที่มอบ Chromebook ให้นักเรียนทุกคน รวมกัน 27,000 คน

จบท้ายด้วยภาพน่าสนใจ มันคือ “ตู้ชาร์จ” Chromebook ที่เก็บไว้ในห้องเรียน และเมื่อจะใช้เครื่อง นักเรียนก็มาหยิบเครื่องไหนไปใช้ก็ได้

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

Motorola รายงานประกอบการไตรมาสสี่ยังขาดทุนอยู่

Motorola Mobility รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 มีรายได้รวม 3.4 พันล้านดอลลาร์ คร่าวๆกับไตรมาสเดียวกับในปีก่อน แต่เข้าเนื้อสุทธิ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วตลอดปี 2011 ขาดทุนสุทธิถึง 249 ล้านดอลลาร์

ถ้าตรวจดูเฉพาะส่วนธุรกิจ Mobile Devices มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5% อยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังขาดทุนหลังหักค่าใช้จ่ายในการกระทำงาน 70 ล้านดอลลาร์ โดยมียอดส่งมอบอุปกรณ์รวม 10.5 ล้านเครื่องMotorola ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน 5.3 ล้านเครื่อง และแท็บเล็ต 2 แสนเครื่อง

Motorola Mobility กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่าดีลควบรวมกับกูเกิลน่าจะแล้วเสร็จในต้นปีนี้

Orange ใจกล้า คนแอฟริกา-ตะวันออกกลางเข้า Wikipedia ไม่คิดค่า Data

Orange ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากฝรั่งเศส ประกาศประสานมือกับ Wikimedia Foundation ทำโครงการ CSR ให้ผู้ซื้อของ Orange ที่อยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้จะไม่เสียค่า mobile data ในส่วนของทราฟฟิกที่เปิด Wikipedia บนโทรศัพท์เคลื่อนที่

Orange มีธุรกิจโทรศัพท์มือถืออยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางจำนวน 20 ประเทศ และมีลูกค้าในภูมิภาคนี้กว่า 70 ล้านราย ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ Wikipedia ที่ต้องการดันให้คนเข้าเว็บผ่านทางโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้อ่านหน้าใหม่ๆ ต่อเติม

ผู้บริหารของ Orange ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทใคร่ให้คนในประเทศเหล่านี้สามารถ “เข้าถึง” สารสนเทศบน Wikipedia ได้สม่ำเสมอ โดยไม่มีข้อกำกัดใดๆ

แอปเปิลทุ่มเงินเต็มอิ่มกับการฟ้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสู้ HTC คดีเดียว

จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์รังเกียจใน Android เหลือเกิน และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด​ (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ)​ เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ปัจจุบันคอลัมนิสจาก Newsweek นาย Dan Lyons อ้างถึงแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว

รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆMotorola อธิบายเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นจำนวนมาก

Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่เสร็จเท่าที่ควรกับการฟ้องร้องคดีต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่หลบมุมไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ “ตกลงกันนอกชั้นศาล” ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือแลกสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน

Chromebook ไปได้ดีในท้องตลาดการศึกษา ด้วยเหตุว่าครูไม่ต้องดูแลเครื่อง

กูเกิลออกมาเผยชัยชนะของ Chromebook ในท้องตลาดที่กูเกิลเองก็คิดไม่ถึง นั่นคือภาคการศึกษาเล่าเรียน

เหตุผลก็คือ Chromebook หมายมั่นการดูแลรักษาน้อย ช่วยลดภาระเรื่อง IT support ได้มาก และการที่ Chromebook ใช้งานแต่เว็บได้อย่างเดียว ทำให้ครูสามารถโฟกัสที่ “เนื้อหา” ของการหาความรู้ ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีที่อยู่ใน Chromebook ได้มากขึ้น

การมอบหมาย Chromebook ให้นักเรียนใช้มาจากความเห็นการใช้คอมพิวเตอร์แบบ “1-to-1″ หรือ 1 คน 1 เครื่อง ในระหว่างเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ Chromebook เครื่องไหนก็ได้ เพราะขอเพียงใช้ล็อกอินของตัวเองก็พอแล้ว

สถิติของกูเกิลบอกว่าโรงเรียน “นับร้อย” ใน 41 รัฐของสหรัฐ เริ่มทดสอบ Chromebook เป็นบางห้องเรียนแล้ว และมีเขตการศึกษา 3 แห่งที่มีโรงเรียนที่มอบ Chromebook ให้นักเรียนทุกคน รวมกัน 27,000 คน

ปิดท้ายด้วยภาพน่าสนใจ มันคือ “ตู้ชาร์จ” Chromebook ที่เก็บไว้ในห้องเรียน และเมื่อจะใช้เครื่อง นักเรียนก็มาหยิบเครื่องไหนไปใช้ก็ได้

Twitter ยอมแพ้ทำระบบเซ็นเซอร์ทวีตแล้ว

เมื่อต้นปี 2011 ช่วงที่เหตุการณ์ประท้วงในแอฟริกาเหนือหรือ Arab Spring กำลังเริ่มต้นขึ้น บริษัทอย่าง Twitter เคยออกมาอยาก “เสรีภาพในการแสดงออก” ขอไม่ให้บล็อคข้อความทวีตที่เป็นเครื่องมือสื่อสารเอ้ของคนประท้วงในหลายประเทศ

หนึ่งปีผ่านไป Twitter ออกมาพูดเรื่องนี้อีกครั้ง บอกว่าบริษัทยังเชื่อมั่นในอิสระของการแสดงออกอย่างเดิม แต่บริษัทก็พบปัญหาจากข้อกำหนดในประเทศต่างๆ มากขึ้น และในหลายกรณี ถ้า Twitter ไม่สมยอมลบหรือบล็อคข้อความทวีตบางอัน ก็จะไม่สามารถทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ ได้เลย

อย่างนั้น Twitter จึงยอมทำ “ระบบเซ็นเซอร์ข้อความทวีต” ซึ่งจะใช้ในบางประเทศเท่าที่จำเป็นแต่ และบริษัทพยายามจะให้กระบวนการเซ็นเซอร์โปร่งใสที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จึงจับมือกับหน่วยงานด้านสิทธิออนไลน์อย่าง EFF และมหาวิทยาลัยต่างๆ นำ “คำขอให้เซ็นเซอร์ทวีต” ไปแสดงไว้บนเว็บไซต์Motorola Chilling Effects ให้สาธารณะสามารถดูได้MotorolaMotorola (ฝั่งกูเกิลมีอะไรที่คล้ายๆ กันคือ Google Transparency Report)

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

Orange ใจกล้า คนแอฟริกา-ตะวันออกกลางเข้า Wikipedia ไม่คิดค่า Data

Orange ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากฝรั่งเศส ประกาศประสานมือกับ Wikimedia Foundation ทำแผน CSRWikipedia ให้ผู้ซื้อของ Orange ที่อยู่ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้จะไม่เสียค่า mobile data ในส่วนของทราฟฟิกที่เปิด Wikipedia บนโทรศัพท์เคลื่อนที่

Orange มีธุรกิจโทรศัพท์มือถืออยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางจำนวน 20 ประเทศ และมีลูกค้าในภูมิภาคนี้กว่า 70 ล้านราย ความร่วมแรงร่วมใจครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ Wikipedia ที่ต้องการบังคับให้คนเข้าเว็บผ่านทางโทรศัพท์มือถือมากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้อ่านหน้าใหม่ๆ เสริมเติม

ผู้บริหารของ Orange ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทปรารถนาให้คนในประเทศเหล่านี้สามารถ “เข้าถึง” สารสนเทศบน Wikipedia ได้ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยไม่มีข้อคับแคบใดๆ

แอปเปิลทุ่มเงินเต็มขนาดกับการฟ้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสู้Wikipedia HTC คดีเดียว

จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์โกรธแค้นใน Android อย่างยิ่ง และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด​ (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ)​ เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ปัจจุบันคอลัมนิสจาก Newsweek นาย Dan Lyons อ้างว่าแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว

รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้ได้ผลมากนัก เป็นพิเศษอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆ เล่าเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นปริมาณมาก

Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่บรรลุผลเท่าที่ควรกับการฟ้องต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้วWikipedia ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เบี่ยงบ่ายไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ “ตกลงกันนอกชั้นศาล” ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือแลกเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน

Chromebook ไปได้ดีในท้องตลาดการศึกษา เพราะว่าครูไม่ต้องดูแลเครื่อง

กูเกิลออกมาเผยความสำเร็จของ Chromebook ในตลาดที่กูเกิลเองก็คิดไม่ถึง นั่นคือภาคการเล่าเรียน

สาเหตุก็คือ Chromebook ปรารถนาการดูแลรักษาน้อย ช่วยลดภาระเรื่อง IT support ได้มาก และการที่ Chromebook ใช้งานแต่เว็บได้อย่างเดียว ทำให้ครูสามารถโฟกัสที่ “เนื้อหา” ของการเล่าเรียน ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีที่อยู่ใน Chromebook ได้มากขึ้น

การมอบฉันทะ Chromebook ให้นักเรียนใช้มาจากแง่มุมการใช้คอมพิวเตอร์แบบ “1-to-1″ หรือ 1 คน 1 เครื่อง ในระหว่างเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ Chromebook เครื่องไหนก็ได้ เพราะขอเพียงใช้ล็อกอินของตัวเองก็พอแล้ว

สถิติของกูเกิลบอกว่าโรงเรียน “นับร้อย” ใน 41 รัฐของสหรัฐ เริ่มทดสอบ Chromebook เป็นบางห้องเรียนแล้ว และมีเขตการศึกษา 3 แห่งที่มีโรงเรียนที่มอบ Chromebook ให้นักเรียนทุกคน รวมกัน 27,000 คน

จบท้ายด้วยภาพน่าสนใจ มันคือ “ตู้ชาร์จ” Chromebook ที่เก็บไว้ในห้องเรียน และเมื่อจะใช้เครื่อง นักเรียนก็มาหยิบเครื่องไหนไปใช้ก็ได้

TwitterWikipedia ยินยอมทำระบบเซ็นเซอร์ทวีตแล้ว

เมื่อต้นปี 2011 ช่วงที่เหตุประท้วงในแอฟริกาเหนือหรือ Arab Spring กำลังเริ่มต้นขึ้น บริษัทอย่าง Twitter เคยออกมาเรียกร้อง “อิสระในการแสดงออก” ขอไม่ให้บล็อคข้อความทวีตที่เป็นเครื่องมือสื่อสารสำคัญของผู้คัดค้านในหลายประเทศ

หนึ่งปีผ่านไป Twitter ออกมาพูดเรื่องนี้ใหม่ บอกว่าบริษัทยังเชื่อมั่นในความอิสระของการแสดงออกดังเดิม แต่บริษัทก็พบปัญหาจากหลักปฏิบัติในประเทศต่างๆ มากขึ้น และในหลายกรณี ถ้า Twitter ไม่ยอมรับลบหรือบล็อคข้อความทวีตบางอัน ก็จะไม่สามารถทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ ได้เลย

เพราะเช่นนั้น Twitter จึงยอมทำ “ระบบเซ็นเซอร์ข้อความทวีต” ซึ่งจะใช้ในบางประเทศเท่าที่จำเป็นแต่ และบริษัทพยายามจะให้กระบวนการเซ็นเซอร์โปร่งใสที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จึงจับมือกับหน่วยงานด้านสิทธิออนไลน์อย่าง EFF และมหาวิทยาลัยต่างๆ นำ “คำขอให้เซ็นเซอร์ทวีต” ไปแสดงไว้บนเว็บไซต์ Chilling Effects ให้สาธารณะสามารถดูได้ (ฝั่งกูเกิลมีอะไรที่คล้ายๆ กันคือ Google Transparency Report)

ผู้ใช้ Megaupload เตรียมฟ้อง FBI ทำไฟล์หายสาบสูญ

จากปฏิบัติการสายฟ้าแลบของ FBI บุกปิด-ยึด-จับเว็บไซต์ฝากไฟล์Wikipedia Megaupload ก็สร้างแรงกระเพื่อมตามมามากมายหลายประเด็น

ในฝั่งของผู้ใช้ที่ต้องดาวน์โหลดไฟล์จาก Megaupload คงเลี่ยงไปใช้เว็บอื่นๆ ได้ไม่ยากอะไรนัก แต่สำหรับผู้ใช้ที่ฝากไฟล์ของตัวเองไว้บน Megaupload แล้วเข้าใช้งานไม่ได้เพราะเว็บโดนปิด คงมีปัญหาแน่นอน

ล่าสุดมีข่าวว่าเครือข่ายของ “พรรคโจรสลัด” หรือ Pirate Party ทั่วโลกกำลังรวบรวมผู้ใช้กลุ่มหลังที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เพื่อเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ ว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลของผู้ใช้

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment

แอปเปิลทุ่มเงินสุดขอบกับการฟ้อง ใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์เพื่อสู้ HTC คดีเดียว

จากที่เราทราบกับดีในหนังสือชีวประวัติของสตีฟ จ็อบส์ ว่าจ็อบส์รังเกียจใน Android อย่างมากมาย และพร้อมที่จะทุ่มเงินสดที่แอปเปิลมีอยู่ในมือทั้งหมด​ (ที่มากกว่าเงินคงคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ)​ เพื่อจะกำจัด Android ให้สำเร็จ ปัจจุบันคอลัมนิสจาก Newsweek นายแอปเปิล Dan Lyons อ้างถึงแอปเปิลใช้เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในการฟ้อง HTC เพียงรายเดียว

รายงานของ Lyons ยังกล่าวว่าแอปเปิลจ้างแต่ทนายที่เก่งและแพงที่สุดในโลกเกี่ยวกับคดีสิทธิบัตร แต่แอปเปิลก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างยิ่งเมื่อทุกบริษัทที่แอปเปิลฟ้องต่างก็ฟ้องกลับ และแอปเปิลก็เริ่มแพ้คดีต่าง ๆ อธิบายเช่นคดีระหว่างแอปเปิลกับโนเกีย ที่สุดท้ายแล้วแอปเปิลต้องจ่ายค่าไลเซ่นส์ให้กับโนเกียเป็นจำนวนมาก

Lyons เชื่อว่า แม้ว่าแอปเปิลจะไม่เป็นการเท่าที่ควรกับการฟ้องร้องคดีต่าง ๆ แต่เงินก้อนนี้ก็ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้ว ในเมื่อการต่อสู้ทางกฎหมายลักษณะนี้เป็นเรื่องที่บ่ายเบี่ยงไม่ได้ในตลาดผู้ผลิตอุปกรณ์พกพา และสิ่งที่อาจจะได้จากการต่อสู้คือการ “ตกลงกันนอกชั้นศาล” ด้วยการจ่ายค่าไลเซ่นส์หรือเปลี่ยนสิทธิในการใช้สิทธิบัตรกัน

Chromebook ไปได้ดีในตลาดการศึกษา เนื่องจากครูไม่ต้องดูแลเครื่อง

กูเกิลออกมาเผยความสำเร็จของ Chromebook ในท้องตลาดที่กูเกิลเองก็คิดไม่ถึง นั่นคือภาคการหาความรู้

สาเหตุก็คือ Chromebook อยากได้การดูแลรักษาน้อย ช่วยลดภาระเรื่อง IT support ได้มาก และการที่ Chromebook ใช้งานแต่เว็บได้อย่างเดียว ทำให้ครูสามารถโฟกัสที่ “เนื้อหา” ของการศึกษา ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยีที่อยู่ใน Chromebook ได้มากขึ้น

การมอบหมาย Chromebook ให้นักเรียนใช้มาจากแนวความคิดการใช้คอมพิวเตอร์แบบ “1-to-1″ หรือ 1 คน 1 เครื่อง ในระหว่างเรียน ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ Chromebook เครื่องไหนก็ได้ เพราะขอเพียงใช้ล็อกอินของตัวเองก็พอแล้ว

สถิติของกูเกิลบอกว่าโรงเรียน “นับร้อย” ใน 41 รัฐของสหรัฐ เริ่มทดสอบ Chromebook เป็นบางห้องเรียนแล้ว และมีเขตการศึกษา 3 แห่งที่มีโรงเรียนที่มอบ Chromebook ให้นักเรียนทุกคน รวมกัน 27,000 คน

ปิดท้ายด้วยภาพน่าสนใจ มันคือ “ตู้ชาร์จ”แอปเปิล Chromebook ที่เก็บไว้ในห้องเรียน และเมื่อจะใช้เครื่อง นักเรียนก็มาหยิบเครื่องไหนไปใช้ก็ได้

Twitter ยินยอมทำระบบเซ็นเซอร์ทวีตแล้วแอปเปิล

เมื่อต้นปี 2011 ช่วงที่ตำนานประท้วงในแอฟริกาเหนือหรือ Arab Spring กำลังเริ่มต้นขึ้น บริษัทอย่าง Twitter เคยออกมาอ้างสิทธิ์ “อิสรภาพในการแสดงออก” ขอไม่ให้บล็อคข้อความทวีตที่เป็นเครื่องมือสื่อสารประธานของคนประท้วงในหลายประเทศ

หนึ่งปีผ่านไป Twitter ออกมาพูดเรื่องนี้ใหม่ บอกว่าบริษัทยังเชื่อมั่นในเสรีภาพของการแสดงออกคงเดิม แต่บริษัทก็พบปัญหาจากกำหนดกฎเกณฑ์ในประเทศต่างๆ มากขึ้น และในหลายกรณี ถ้า Twitter ไม่ยอมลบหรือบล็อคข้อความทวีตบางอัน ก็จะไม่สามารถทำธุรกิจในประเทศนั้นๆ ได้เลย

อย่างนั้น Twitter จึงยอมทำ “ระบบเซ็นเซอร์ข้อความทวีต” ซึ่งจะใช้ในบางประเทศเท่าที่จำเป็นขนาดนั้น และบริษัทพยายามจะให้กระบวนการเซ็นเซอร์โปร่งใสที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ จึงจับมือกับหน่วยงานด้านสิทธิออนไลน์อย่าง EFF และมหาวิทยาลัยต่างๆ นำ “คำขอให้เซ็นเซอร์ทวีต” ไปแสดงไว้บนเว็บไซต์ Chillingแอปเปิล Effects ให้สาธารณะสามารถดูได้ (ฝั่งกูเกิลมีอะไรที่คล้ายๆ กันคือ Google Transparency Report)

ผู้ใช้ Megaupload เตรียมฟ้อง FBI ทำไฟล์หายสาบสูญ

จากปฏิบัติการสายฟ้าแลบของ FBI บุกปิด-ยึด-จับเว็บไซต์ฝากไฟล์ Megaupload ก็สร้างแรงกระเพื่อมตามมามากมายหลายประเด็น

ในฝั่งของผู้ใช้ที่ต้องดาวน์โหลดไฟล์จาก Megaupload คงเลี่ยงไปใช้เว็บอื่นๆ ได้ไม่ยากอะไรนัก แต่สำหรับผู้ใช้ที่ฝากไฟล์ของตัวเองไว้บน Megaupload แล้วเข้าใช้งานไม่ได้เพราะเว็บโดนปิด คงมีปัญหาแน่นอน

ล่าสุดมีข่าวว่าเครือข่ายของ “พรรคโจรสลัด” หรือ Pirate Party ทั่วโลกกำลังรวบรวมผู้ใช้กลุ่มหลังที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เพื่อเตรียมฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐ ว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลของผู้ใช้

ประกาศผลประกอบการซัมซุง ไตรมาสที่แล้วกำไร 4.7 พันล้านดอลลาร์

แม้ว่าซัมซุงอาจจะไม่สามารถทำรายได้และกำไรมากเท่ากับแอปเปิล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าซัมซุงมีผลประกอบการแย่ จากรายงานผลประกอบการล่าสุดซัมซุงทำกำไรได้มากถึง 4.7 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์แอปเปิล ซึ่งหากดูภาพรวมแล้วซัมซุงมีรายได้สูงถึง 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ซัมซุงยังบอกอีกว่าสามารถขายมือถือได้ากถึง 300 ล้านเครื่อง และธุรกิจมือถือนั้นมีส่วนแบ่งยอดขายจากยอดขายทั้งของซัมซุง 40% แต่สามารถทำกำไรให้กับซัมซุงได้มากถึง 50% ของกำไรทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจผลิตชิปของซัมซุงก็ไปได้ดีพอ ๆ กัน ทำกำไรให้กับซัมซุงสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ ในส่วนของธุรกิจผลิตจอภาพ ยอดขายก็สูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 20%

ซัมซุงเชื่อว่าในปี 2012 ทุกอย่างน่าจะโตขึ้นหมด โดยเฉพาะเทคโนโลยี LTE และกลุ่มตลาดเป้าหมายใหม่ (คาดว่ากล่าวถึง Galaxy Note) จะทำให้ยอดขายของซัมซุงดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนการจัดโอลิมปิกปี 2012 จะทำให้คนอยากซื้อ Smart TV มาใช้งานกันมากขึ้นเช่นกัน

Posted in Uncategorized | Tagged | Leave a comment